วันพฤหัสบดีที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2561

โรคภูมิแพ้ผิวหนัง



ผื่นแดง แห้งเป็นขุย มีอากาคันยุบยิบ เป็นๆหายๆ หากเป็นเรื้อรังผิวหนังจะหนาและมีรอยคล้ำ มีอาการคันมากขึ้นเมื่อเหงื่อออก ยิ่งเกา ยิ่งคัน  ตำแหน่งที่พบบ่อยคือ แก้ม คอ ข้อพับแขนและขา
ในเด็กมักพบบริเวณใบหน้าและศีรษะ ในเด็กบางคนเมื่ออายุมากขึ้นอาการจะดีขึ้นเหลือเพียงผิวแห้ง
คนที่เป็นโรคภูมิแพ้ผิวหนัง มักพบว่าแพ้แมลง ยุง มด จะทำให้มีอาการคัน และเป็นผื่นได้ง่าย มีอาการนานกว่าคนทั่วไป และนอกจากนี้อาจมีอาการแพ้จากการที่ผิวหนังสัมผัสกับสารบางชนิดได้ง่าย เช่น แพ้ครีมกันแดด ยาย้อมผม โลหะ

อาการที่พบร่วม
คนที่เป็นภูมแพ้ผิวหนังมักมีผิวแห้ง มีอาการคันง่าย จึงมักเกาจนเป็นแผลที่ผิวหนังทำให้ติดเชื้อได้ง่าย
หากติดเชื้อแบคทีเรียจะเป็นตุ่มหนอง หากติดเชื้อไวรัสจะเป็นหูด ในเด็กมักพบเป็นหูดข้าวสุก ซึ่งเชื้อเหล่านี้สามรถติต่อได้จากการสัมผัสหรือใช้สิ่งของร่วมกัน

การวินิจฉัย
วินิจฉัยจาการซักประวัติอาการทางผิวหนัง ประวัติครอบครัว การตรวจร่างกาย และการตรวจ Patch Test เพื่อตรวจหาชนิดของสารเคมี หรือโลหะที่แพ้ โดยนำสารต่างๆที่คาดว่าจะแพ้ใส่ลงใน Finn Chamber แปะไว้ที่หลัง 3 วัน แล้วเปิดดูปฏิกิริยาของคนไข้กับสารเคมีหรือโลหะเหล่านั้น

การรักษา
การรักษาขึ้นอยู่กับระยะและความรุนแรงของโรค
  • ระยะเฉียบพลัน มีตุ่มน้ำและน้ำเหลืองควรใช้ผ้าพันแผลชุบน้ำเกลือที่สะอาดประคบแผล ให้น้ำเหลืองแห้งก่อน จึงตามด้วยการทายา ยาที่ได้ผลเร็วคือยาเสตียรอยด์ เมื่อผื่นหายแล้วต้องหยุดยา ไม่ควรซื้อยาสเตียรอยด์มาทางเอง เพราะจะมีผลข้างเคียงในระยะยาว
  • ผิวหนังอักเสบเรื้อรัง ควรใช้ยาที่ไม่มีเสตียรอยด์ทา และรับประทานยาแก้แพ้ แต่หากมีอาการรุนแรงมากแพทย์อาจพิจารณาให้รับประทานยาสเตียรอยด์ หรือฉายแสงอัลตร้าไวโอเลต ที่เรียกว่า phototherapy ซึ่งช่วยกดภูมิในร่างกาย ไม่ให้ไวต่อสิ่งแวดล้อม และผลข้างเคียงน้อยกว่าการรับประทานยาสเตียรอยด์

การป้องกัน
  • ทำความสะอาดร่างกายและล้างมืออยู่เสมอ
  • ใช้สบู่อ่อนๆ ไม่มีน้ำหอม ไม่มีสารกันเสีย และอ่อนโยนต่อผิว
  • ทาโลชั่นทุกครั้งหลังอาบน้ำเพื่อให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว
  • หลีกเลี่ยงการใส่เสื้อผ้าที่รัดมาก เนื้อหยาบหนา หรือผ้าขนสัตว์ ซึ่งทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิว
  • หลีกเลี่ยงสถานที่ ที่มีฝุ่นละออง แมลงและยุงชุกชุม
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกาย เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย


ขอบคุณที่มา : https://www.bangkokhospital.com/

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น