วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561

เทคนิคดูแลผิวแพ้ง่าย

เทคนิคดูแลผิวแพ้ง่าย


การดูแลผิวแพ้ง่ายนั้นไม่ยากเลยค่ะ อาศัยการดูแลผิวแบบพื้นฐานก็เพียงพอแล้ว การใช้ผลิตภัณฑ์ราคาแพง หรือการไปทำทรีตเม้นท์ต่าง ๆ ไม่สำคัญ และไม่มีความจำเป็นเท่าการดูแลผิวให้ถูกวิธีในทุก ๆ วัน ซึ่งทำได้โดย
  • การรักษาผิวให้สะอาดอยู่เสมอ ทำความสะอาดเครื่องสำอางและสิ่งตกค้างให้หมดในทุกๆ วัน เป็นการเตรียมผิวเพื่อพร้อมรับการบำรุงผิวในขั้นตอนต่อไป
  • เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่อ่อนโยน ไม่ระคายเคืองผิว หลีกเลี่ยงกลุ่มที่เป็นสบู่เพราะทำให้ผิวแห้งมากขึ้น เลือกใช้ผลิตภัณฑ์กลุ่ม “soap free” และมีค่า pH ที่เหมาะสมใกล้เคียงกับผิวมากที่สุด
  • หลีกเลี่ยงการล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น เพราะทำให้ผิวแห้งมากขึ้น
  • หลีกเลี่ยงกลุ่มที่มี scrub หรือสารขัดผิวต่าง ๆ
  • ถ้าแต่งหน้า แนะนำให้ใช้ make up remover สำหรับเครื่องสำอางกันน้ำ หรือ waterproof ซึ่งล้างออกยากกว่าปกตินั้นไม่เหมาะกับผิวแพ้ง่าย
  • หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำหอม แอลกอฮอล์ และสารกันเสีย
  • เลือกผลิตภัณฑ์ที่เขียนว่า “hypoallergenic” หรือผลิตภัณฑ์สำหรับผิวแพ้ง่าย
  • การเลือกครีมบำรุง นอกจากจะเลือกกลุ่มที่ไม่มีน้ำหอมและสารกันบูดแล้ว ครีมที่มีสารต้านการอักเสบ ช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้น ก็เป็นหนึ่งทางเลือกในการรักษาที่ได้ผลดี
  • ยารักษาสิว มักจะมีคุณสมบัติทำให้ผิวระคายเคืองอยู่แล้ว โดยเฉพาะกลุ่ม retinoids หรือที่บางคลินิคเรียกว่ายาละลายหัวสิว ดังนั้นในคนที่มีผิวบอบบาง ผิวระคายเคืองง่ายอาจจะต้องปรับวิธีการใช้ยา โดยทาทิ้งไว้สักพักแล้วล้างออก หรือทาครีมบำรุงก่อนทายา
  • สุดท้ายคือ ครีมกันแดด แนะนำให้ใช้เสมอนะคะ กลุ่มที่เป็น Physical sunscreen มักจะก่อให้เกิดอาการแพ้ได้น้อยกว่ากลุ่ม chemical sunscreen

วันพฤหัสบดีที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2561

โรคภูมิแพ้ผิวหนัง



ผื่นแดง แห้งเป็นขุย มีอากาคันยุบยิบ เป็นๆหายๆ หากเป็นเรื้อรังผิวหนังจะหนาและมีรอยคล้ำ มีอาการคันมากขึ้นเมื่อเหงื่อออก ยิ่งเกา ยิ่งคัน  ตำแหน่งที่พบบ่อยคือ แก้ม คอ ข้อพับแขนและขา
ในเด็กมักพบบริเวณใบหน้าและศีรษะ ในเด็กบางคนเมื่ออายุมากขึ้นอาการจะดีขึ้นเหลือเพียงผิวแห้ง
คนที่เป็นโรคภูมิแพ้ผิวหนัง มักพบว่าแพ้แมลง ยุง มด จะทำให้มีอาการคัน และเป็นผื่นได้ง่าย มีอาการนานกว่าคนทั่วไป และนอกจากนี้อาจมีอาการแพ้จากการที่ผิวหนังสัมผัสกับสารบางชนิดได้ง่าย เช่น แพ้ครีมกันแดด ยาย้อมผม โลหะ

อาการที่พบร่วม
คนที่เป็นภูมแพ้ผิวหนังมักมีผิวแห้ง มีอาการคันง่าย จึงมักเกาจนเป็นแผลที่ผิวหนังทำให้ติดเชื้อได้ง่าย
หากติดเชื้อแบคทีเรียจะเป็นตุ่มหนอง หากติดเชื้อไวรัสจะเป็นหูด ในเด็กมักพบเป็นหูดข้าวสุก ซึ่งเชื้อเหล่านี้สามรถติต่อได้จากการสัมผัสหรือใช้สิ่งของร่วมกัน

การวินิจฉัย
วินิจฉัยจาการซักประวัติอาการทางผิวหนัง ประวัติครอบครัว การตรวจร่างกาย และการตรวจ Patch Test เพื่อตรวจหาชนิดของสารเคมี หรือโลหะที่แพ้ โดยนำสารต่างๆที่คาดว่าจะแพ้ใส่ลงใน Finn Chamber แปะไว้ที่หลัง 3 วัน แล้วเปิดดูปฏิกิริยาของคนไข้กับสารเคมีหรือโลหะเหล่านั้น

การรักษา
การรักษาขึ้นอยู่กับระยะและความรุนแรงของโรค
  • ระยะเฉียบพลัน มีตุ่มน้ำและน้ำเหลืองควรใช้ผ้าพันแผลชุบน้ำเกลือที่สะอาดประคบแผล ให้น้ำเหลืองแห้งก่อน จึงตามด้วยการทายา ยาที่ได้ผลเร็วคือยาเสตียรอยด์ เมื่อผื่นหายแล้วต้องหยุดยา ไม่ควรซื้อยาสเตียรอยด์มาทางเอง เพราะจะมีผลข้างเคียงในระยะยาว
  • ผิวหนังอักเสบเรื้อรัง ควรใช้ยาที่ไม่มีเสตียรอยด์ทา และรับประทานยาแก้แพ้ แต่หากมีอาการรุนแรงมากแพทย์อาจพิจารณาให้รับประทานยาสเตียรอยด์ หรือฉายแสงอัลตร้าไวโอเลต ที่เรียกว่า phototherapy ซึ่งช่วยกดภูมิในร่างกาย ไม่ให้ไวต่อสิ่งแวดล้อม และผลข้างเคียงน้อยกว่าการรับประทานยาสเตียรอยด์

การป้องกัน
  • ทำความสะอาดร่างกายและล้างมืออยู่เสมอ
  • ใช้สบู่อ่อนๆ ไม่มีน้ำหอม ไม่มีสารกันเสีย และอ่อนโยนต่อผิว
  • ทาโลชั่นทุกครั้งหลังอาบน้ำเพื่อให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว
  • หลีกเลี่ยงการใส่เสื้อผ้าที่รัดมาก เนื้อหยาบหนา หรือผ้าขนสัตว์ ซึ่งทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิว
  • หลีกเลี่ยงสถานที่ ที่มีฝุ่นละออง แมลงและยุงชุกชุม
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกาย เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย


ขอบคุณที่มา : https://www.bangkokhospital.com/

อโรมาเธอราพี กับการรักษาโรคภูมิแพ้

อโรมาเธอราพี กับการรักษาโรคภูมิแพ้


หลักการของอโรมาเธอราพี

          อโรมาเทอราพีมีต้นกำเนิดในสมัยอียิปต์โบราณ โดยใช้น้ำมันหอมระเหยที่สกัดจากส่วนต่าง ๆ ของพืชสมุนไพร เช่น ราก ใบ ดอก เปลือก เมล็ด เป็นต้น มาใช้ในการรักษาเพื่อส่งเสริมให้สุขภาพกายและสุขภาพจิตผ่อนคลายและสบายขึ้น กระตุ้นให้ร่างกายแข็งแรง ปัจจุบัน อโรมาเทอราพีจัดว่าเป็นการรักษาแบบทางเลือก การรับความรู้สึกโดยการสูดดมเชื่อมต่อกีบประสาทส่วนกลางที่ทำหน้าที่ควบคุมอารมณ์ กลิ่นจึงมีอิทธิพลโดยตรงต่อคนอย่างมาก สามารถกำหนดอารมณ์คนได้ ประโยชน์ของอโรมาเทอราพีซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย เช่น ลดคามเครียด ทำให้จิตใจสงบ บรรเทาอาการปวด แก้อาการนอนไม่หลับ เป็นต้น

อโรมาเธอราพีกับโรคภูมิแพ้

             อโรมาเทอราพีที่ใช้บรรเทาอาการภูมิแพ้ ได้แก่ การนำน้ำมันหอมระเหยมาผสมน้ำอาบ ผสมในเทียนหอม ใช้ผสมในน้ำมันนวดตัว การสูดดมน้ำมันหอมระเหยจะกระตุ้นให้ร่างกายขับเหงื่อ ป้องกันอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ บรรเทาอาการอักเสบ ทำให้สมองตื่นตัว น้ำมันหอมระเหยเหล่านี้จะต้องเป็นสารที่ไม่กระตุ้นให้อาการแพ้กำเริบ ฉะนั้นจึงควรปรึกษาแพทย์และใช้อย่างระมัดระวัง

ข้อควรระวัง

  • ห้ามรับประทานน้ำมันหอมระเหยชนิดเข้มข้นและระวังอย่าให้เข้าตา ต้องทำให้เจือจางก่อนนำมาทางผิวหนัง ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ผิวหนังและลมพิษห้ามทาเด็ดขาด เพราะแอลกอฮอล์ที่เป็นส่วนผสมในน้ำมันหอมระเหยอาจทำให้อาการแพ้กำเริบได้
  • ผู้ที่มีอาการภูมิแพ้ผิวหนังและทางเดินหายใจไม่ควรใช้ เพราะจะกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้มากขึ้น
  • ผู้ที่ป่วยเป็นโรคหอบหืดควรเตรียมยาแก้หอบหืดแบบฉุกเฉินไว้ขณะที่ใช้วิธีนี้ในครั้งแรก
  • ผู้ที่มีอาการแพ้ระหว่างการใช้น้ำมันหอมระเหยควรหยุดใช้ทันที
  • ควรสอบถามความเห็นแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านอโรมาเทอราพีก่อนใช้น้ำมันหอมระเหย

ขอบคุณที่มา : https://www.honestdocs.co/

วันพุธที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2561

โรคภูมิแพ้ สาเหตุเกิดจากอะไร

โรคภูมิแพ้ สาเหตุเกิดจากอะไร



โรคภูมิแพ้ เกิดจากภูมิคุ้มกันของร่างกายไวต่อโปรตีนหรือสารก่อภูมิแพ้จากสิ่งแวดล้อม ซึ่งปกติแล้วสารเหล่านี้จะไม่มีผลอันตรายต่อผู้ที่มีภูมิคุ้มกันปกติ ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้จะไวต่อ ฝุ่น เชื้อราในอากาศ ขนสัตว์ เกสรดอกไม้ หรือแม้แต่อาหารที่รับประทานเป็นประจำ โรคภูมิแพ้จัดอยู่ในโรคที่พบบ่อยมากที่สุดในประเทศไทย เรียกได้ว่าประชากรเกือบครึ่งหนึ่งของประเทศจะมีปัญหาโรคภูมิแพ้


โรคภูมิแพ้มีสาเหตุมาจากอะไร

1. กรรมพันธุ์ ถ้าในครอบครัวมีคนเป็นภูมิแพ้ 2 ใน 4 คน นั่นหมายถึงว่า อัตราเสี่ยงของรุ่นต่อไปก็จะมีเพิ่มขึ้น ยิ่งถ้าพ่อหรือแม่เป็น ก็จะยิ่งมีความเสี่ยงสูงขึ้นไปด้วย และเด็กผู้ชายจะเป็นมากกว่าเด็กผู้หญิง
2. สิ่งแวดล้อม สารก่อภูมิแพ้มักจะเกิดจากสิ่งแวดล้อมรอบตัวเราเป็นส่วนใหญ่ ทำให้คนมักจะเป็นภูมิแพ้จากสิ่งแวดล้อมมากกว่า ไม่ว่าจะเข้าโดยการหายใจ การรับประทาน หรือการสัมผัส สารก่อภูมิแพ้บางอย่างสังเกตได้ง่าย เช่น อาหาร โดยเฉพาะอาหารทะเลเป็นสารก่อภูมิแพ้ที่มีคนแพ้มากที่สุด คนที่แพ้อาจมีผื่นลมพิษทันทีภายในครึ่งชั่วโมงเท่านั้น หรือการทำงานบ้านที่ต้องเจอกับฝุ่น การออกไปนอกบ้านที่ต้องเจอกับควันและมลพิษ การแพ้ขนของแมวหรือสุนัข ล้วนแต่เป็นสาเหตุของการเกิดภูมิแพ้ได้ทั้งสิ้น
นอกจากนี้อาจจะมีปัจจัยอื่นร่วมที่ทำให้อาการกำเริบหรือเป็นรุนแรงขึ้น เช่น อากาศที่หนาวเย็นจนเกินไปหรืออากาศเปลี่ยนกะทันหัน
ขอบคุณทีมา : https://www.honestdocs.co